วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บทที่8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

พื้นฐานความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
       เทคโนโลยีสารสนเทศได้กลายเป็นความจำเป็นทางยุทธศาตร์ จงเชื่อมั่นและใช้งานมันไม่เช่นนั้น คุณอากลายเป็นจุดเล็กๆในประวัติสาตร์
       ด้วยคำกล่าวของ James Champy ผู้เป็นหนึ่งในการปฏฺิวัติการปรับรื้อกระบวนการ ในยุค 1990 ที่มองเทคโนโลยีสารสนเทศว่าเป็นสิ่งช่วยทำงานหรือช่วยตัดสินใจในการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถเปลี่ยนวิธีการแข่งขันทางธุรกิตได้

       การสร้างกลยุทธ์ทางการแข่งขันพื้นฐาน 5 อย่าง

1. กลยุทย์การเป็นผู้นำด้านราคา
       การพัฒนาหนทางที่จะกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการราคาย่อมเยาในวงการ อีกทั้งหาช่องทางช่วยเหลือผู้จัดหาสินค้าหรือลูกค้าของบริษัทในการลดต้นทุนหรือเพิ่มต้นทุนของคู่แข่ง

2. กลยุทธ์ความแตกต่าง
       การพัฒนาหนทางที่จะสร้าวสินค้าหรือบริการของตนให้มีความแตกต่างไปจากคู่แข่งหรือลดความได้เปรียบเรื่องความแตกต่างของคุ่แข่ง ทำให้บริษัทสามารถมุ่งความสนใจไปที่สินค้าหรือบริการของตนเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ

3. กลยุทธ์นวัตกรรม
       การค้นหาหนทางใหม่ๆในการทำธุรกิจ สิ่งนี้อาจเกี่ยวเนื่องให้เกิดพัฒนาการของสิค้าและบริการ หรืออาจทำให้เกิดการบุกคลาดที่เป็นเอกเทศ หรือมีโอกาสที่ดีทางการตลาด เกี่ยวเนื่อถึงการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อกระบวนการการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการ

4. กลยุทธ์ความเจริญเติบโต

       คือ การขยายกำลังการผลิตสินค้าและบริการอย่างกว้างขวางขึ้น การขยายตลาดออกไปสู่ตลาดต่างประเทศการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่หลากหลายหรือการรวมสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน

5. กลยุทธ์สร้างพันธมิตร

       คือ การสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจกับลูกค้า ผู้จัดหาสินค้า คู่แข่ง ที่ปรึกษาและบริษัทอื่นๆ ความเชื่อมดยงเหล่านี้อาจรวมถึงการกิจการ การซื้อกิจการ การร่วมลงทุน การสร้าง "บริษัทเสมือน"  หรือการทำตลาดการผลิต หรือการทำข้อมตกลงลำเลียงสินค้าระหว่างหน่วยธุรกิจกับหุ้นส่วนทางการค้า

บทบาททางกลยุทธ์สำหรับระบบสรสนเทศ

        แนวคิดกลยุทธ์ของการแข่งขันสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบทบาททางกลยุทธ์สำหรับระบบสารสนเทศได้อย่างไร หรือผู้จัดการสามารถส่งเสริมกลยุทธ์ทางการแข่งขันของบริษัทโดยใช้การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

แหล่งที่มา:https://www.gotoknow.org/posts/502178

ข้อสอบออนไลน์บทที่7


https://forms.gle/YMjBVwVkqsezXvQC6

แบบฝึกหัดบทที่7



1.อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามรถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และความสามารถจัดการเรื่องบริหารการตัดสินใจโดยใช้ระบบสนับสนุน

ตอบ  เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในขั้นตอนระบบสนับสนุนตัดสินใจที่ใช้คือ 1. รูปแบบจำลองในการวิเคราะห์ 2. ฐานข้อมูลเฉพาะ 3. ผู้ที่ตัดสินใจหรือผู้ที่ตัดสิน 4. การติดต่อระหว่างกัน

2.
ระบบการขายมีความก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์ เทคนิค และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไปให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้

ตอบ  ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันค่อนข้างสุง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องอาศัยชั้นเชิงในการบริหารที่เหนือกว่าคู่แข่งหรืออาศัยความว่องไวในการปรับตัวให้ทันต่อภาวะแข่งขันในสภาพแวดล้อมที่เปลี่นแปลงอยูาตลอดเวลา

3.
มีแนวทางไหนบ้าง ที่นักสึกษาใช้โปรแกรมคำนวนอิเล็กทรอนิส์ที่นำไปช่วยในการตัดสินใจ

ตอบ  การทำงานร่วมกันของระบบอินทราเน็ตเป็นสิ่งที่เข้าถึงอย่างรวดเร็ว ที่ทำให้กล่าวได้ว่าสารสนเทศของทุกๆคน ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสาสนเทศที่สำคัญ

4.
ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง จึงขยายไปยังระดับกลาง และขยายไปทั่วหมดทุกแผนกในองค์กร

ตอบ  บริหารระดับสูง  กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์และวางแผนภายในองค์กรและรวมถึงทิศทางของเศษฐกิจ การเมือง และการแข่งขันทางธุรกิจ
       บริหารระดับกลาง  กำหนดตารางและนโยบายขั้นตอนการทำงานและเป้าหมายของธุรกิจสำหรับหน่วยย่อยภายในองค์กร จัดสรรข้อมูลและตรวจดูการทำงานของหน่วยย่อยภายในองค์กร ขั้นตอนการทำงานของทีมงาน ทีมงานโครงการและกลุ่มทพำงาน


5.
ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้ อธิบาย  

ตอบ  คอมพิวเตอร์  คือ  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านต่างๆให้ได้ความต้องการของมนุษย์ เช่น ด้านการศึกษางานวิจัย เป็นต้น

6.
การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กร ส่วนไหนสำคัญที่สุด บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก

ตอบ  ความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์เจริญไปในทุกด้าน ทั้งทางฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ การที่มีพัฒนาการเจริญก้าวหน้า จึงทำให้นักคอมพิวเตอร์ตั้งความหวังที่จะทำให้คอมพิวเตอร์มีความฉลาดและสามารถตัดสินใจเพื่อช่วยทำงานของมนุษย์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะวิทยาการปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นวิทยาการที่จะช่วยให้มนุษย์แก้ปัญหาต่างๆที่สำคัญ เช่น การให้คอมพิวเตอร์เข้าใจศาตร์มนุษย์รู้จัดใช้เหตุผลและการเรียนรู้ตลอดจนการสร้างหุ่นยนต์

7.
การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท จะก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นักศึกษาคาดว่าจะเกิดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างไรบ้าง

ตอบ  ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท ซึ่งสามารถร่วมกันทำงานภายในระบบที่มีการเตรียมการทำงานที่ดีที่สุดของเทคโนโลยี

8.
อะไรคือขอบเขต หรืออัตรายที่นักศึกษามองเห็นในการใช้เทคโนโลยีปัญญษประดิษฐ์ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเสมือน และตัวแทนสติปัญญา และอะไรที่ลดขนาดของผลกระทบเหล่านี้ได้  

ตอบ  เป็นการจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ความจริงเสมือนจริงเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ที่พยายามสร้างเป้นธรรมชาติ ดูเสมือนจริงมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์อาศัยอุปกรณ์ป้อนข้อมูลและข้อมูลที่หลากหลายทางความรู้สึก เช่น หูฟังกับเครื่องวีดีทัศน์ ถุงมือส่งข้อมูลและชุดเสื้อกางเกงกับตัวตรวจจับไฟเบอรืออฟติด ที่ติดไว้ตามร่างกายของคุณเวลาที่คุณเคลื่อนไหว

กรณีศึกษาบทที่7


1. ทำไมการทำงานร่วมกันในระบบอินทราเน็ตจึงกลายเป็น ระบบสารสนเทศของทุกๆคน 

ตอบ บริษัทใช้ระบบอินทราเน็ตและเครื่องมือค้นหาหรือเซิสร์เอนจิน เพื่ออธิบายระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสนับสนุนในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร และทำงานร่วมกันภายในองค์กร

2. อะไรเป็นแนวคิดระบบสารสนเทศที่คุณได้จากระบบอินทราเน็ตของบริษัทและเครื่องมือค้นหาของ Fulcrum
ตอบ บริษัทโดยผ่าน Fulcrum ที่ใช้เป็นเครื่องมือค้นหาและเครื่องมือภายในกลุ่ม ผลที่ได้คือ สะพานแขวนขนาด 10 ช่องทางที่ออกแบบโดยบริษัท

3. อะไรเป็นผลประโยชน์ในทางธุรกิจสำหรับระบบอินทราเน็ตและเครื่องมือค้นหาภายในบริษัท
ตอบ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และความรุ้ของพวกเขาในการปรับปรุงบริษัทและโครงการทางวิศกรรมต่างๆ ซึ่งในการสนทนาผ่านระบบ PAN จะตั๋วหัวเรื่องการสนทนา

บทที่7 ระบบสารสนเทศสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหาร




ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ     


ระบบสารสนเทศสเพื่อการจัดการ เป็นประเภทพื้นฐานของระบบที่สนับสนุนการจัดการและยังเป็นหลักของระบบสารสนเทศอีกด้วย เป็นตัวสร้างข้อมูลที่สนับสนุนความต้องการในการตัดสินใจสำหรับงานการจัดการวันต่อวัน การสร้างรายงาน การแสดงและการตอบสนองโดยการเตรียมระบบข้อมูลสารสนเทศซึ่งผู้จัดการจะมีการกำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น การผลิตข้อมูลที่เหมาะสะมสำหรับผู้ที่ต้องตัดสินใจในระดับของการปฏิบัติงานและยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งเป็นผุ้ที่ต้องเผชิญหน้ากับประเภทของโครงสร้างในเหตุการณ์สำหรับการตัดสินใจอยู่เป็นประจำ

ทางเลือกสำหรับการจัดการรายงาน

ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ได้ผลิตข้อมูลที่หลากหลายสำหรับการจัดการ ทางเลือกของรายงาน 4 ประเภทที่มีการเตรียมจากโปรแกรม
                - รายงานตามตารางเวลาปกติ
                - รายงานการยกเว้น
                - รายงานความต้องการและการตอบสนอง
                - รายงานสนับสนุน
 
การประมวลผลการวิเคราะห์ต่อตรงหรือออนไลน์

การแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสิ่งแวดล้อมของโลกธุรกิจ คือ แรงผลักของความต้องการและการวิเคราะห์สำหรับระบบสารสนเทศที่มีความต้องการที่ซับซือน ซึ่งอุสาหกรรมระบบสารสนเทศนั้นมีการตอบสนองในความต้องการเหล่านี้ โดยการพัฒนา เช่น การวิเคราะห์ฐานข้อมูล ตลาดข้อมูลหรือข้อมูลทางการตลาด โกดังข้อมูลหรือคลังข้อมูล เทคนิคการทำเหมือนข้อมูลหรือขุมข้อมูล และโครงสร้างฐานข้อมูลทางด้านมัลติมิเดีย ที่เกี่ยวกับแม่ข่ายและซอฟต์แวร์เฉพาะที่สนับสนุนการประมวลผลการตัดสินใจและระบบสารสนเทศเพื่อผู็บริหารที่ผู้จัดการสามารถใช้งานและวิเคราะห์สื่อสารระหว่างกันและการจัดการรายละเอียด ซึ่งจะมีการตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว

การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ

การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เกี่ยวข้องกับการติดต่อในขั้นตอนการทำงานของรูปแบบจำลองในการวิเคราะห์ เช่น การใช้ชุดซอฟต์แวร์ DSS สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะมีผลในลำดับของการแสดงที่มีการตอบสนองจากทางเลือกวอทอีฟ ที่มีการเปลี่ยนแปลงค่าตัวแผได้โดยผู้จัดการ

การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐาน 4 อย่างของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ดูบทสรุปของแบบจำลองการวิเคราะห์สำหรับการสนับสนุนในการตัดสินใจ

การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ

ในการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ ผู้ใช้สามารถจะเปลี่ยนแปลงตัวแปรปหรือจำนวนความสัมพันธ์ของตัวแปรและความชัดเจนของผลลัพธ์ที่ได้จากค่าตัวแปรอื่นๆ เช่น ถ้าคุณใช้ตารางทำการ คุณจะต้องเปลี่ยนจำนวนของรายได้ (ตัวแปร) หรือสูตรคิดอันตราภาษี (จำนวนความสัมพัธ์ของตัวแปร) ในแบบจำลองด้านการเงินในตารางทำการ หลังจากนั้นคุณอาจสั่งให้โปรแกรมทำการคำนวนใหม่อีกครั้ง เพื่อแระเมินค่าบางตัวที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการกำหนดตัวแปร เช่น กำไรสุทธิหลังหักภาษี

การวิเคราะห์แบบละเอียด

การวิเคราะห์แบบละเอียดเป็นกรณีพิเศษของการวิเคราะห์แบวอทอิฟ ค่าของตัวแปรเพียงหนั่งตัวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ในตัวแปรอื่นๆ ดังนั้นการวิเคราะห์แบบละเอียดจะเป็นกรณีของการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงซ้ำอีกครั้งในตัวแปรเพียงตัวเดียวในแต่ละครั้ง ชุดโปรแกรม DSS บางตัวจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวแปรโดยอัตโนมัติ การวิเคราะห์แบบละเอียดจะใช้เมื่อผู้ตัดสินใจไม่แน่ใจเกี่ยวกับการประเมินค่าของตัวแปรหลัก

การวิเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย

การวิเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ และแบบรายละเอียดจะเป็นการแทนที่ของสิ่งที่เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวแปรที่มีผลกับตัวแปรอื่นอย่างไร การวิเคราะห์ในการค้นหาเป้าหมายเรียกว่า สามารถวิเคราะห์ได้อย่างไร  ได้กำหนดค่าของเป้าหมาย (ความสำเร็จ)  สำหรับตัวแปร หลังจากนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงในตัวแปรอื่นๆจนกระทั่งค่าของเป้าหมายนั้นเข้าถึงเป้าหมาย

การวิเคราะห์แบบเหมาะสม

การวิเคราะห์แบบเหมาะสม เป็นการขยายความซับซ้อนที่มากขึ้นสำหรับการวิเคราะห์ค้นหาเป้าหมาย โดยแทนที่ค่าของเป้าหมายเฉพาะสำหรับตัวแปร เพื่อค้นหาค่าที่เหมาะสมสำหรับตัวแปรหนึ่งตัวแปรหรือมากกว่านั้น หลังจากนั้นตัวแปรอื่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีข้อจำกัดเกิดขึ้น จนกว่าจะได้ค่าที่ดีที่สุดสำหรับตัวแปรเป้าหมายที่ต้องการ เช่น ควรกำหนดค่าระดับของผลกำไรไว้ในระดับสูงที่ควรจะเป็นเป้าหมายแห่งความสำเน็จ โดยวางค่าสำหรับการเลือกแหล่งของรายได้และประเภทของค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนแปลงในตัวแปรอย่างมากอาจจะทำให้มีขีดจำกัดสำหรับขั้นตอนการผลิตหรือขีดจำกัดของการเงิน ดังนั้น เงื่อนไขที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ขอบเขตของปัญญาประดิษฐ์
          1.ศาตร์แห่งการรับรู้
          2.หุ่นยนต์
          3. ลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ



แหล่งที่มา : https://acc5606103108.wordpress.com

ข้อสอบออนไลน์บทที่6

https://forms.gle/FTf6g7wxrxyAFA5k7

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562

แบบฝึกหัดบทที่6


1. ทำไมแนวโน้มของระบบสารสนเทศจึงมีการนำไปสนับสนุนงานธุรกิจหลายด้าน

ตอบ เพื่อแก้ปัญหาและโอกาสในธุรกิจและผู้ใช้ต้องเข้าใจพื้นฐานระบบสารสนเทศ สามารถสนองความต้องการการใช้งานด้านธุรกิจได้

2. ทำไมระบบการตลาดปัจจุบัน  จึงเปลี่ยนมาเป็นการใช้งานบนอินเทอร์เน็ต จงอธิบาย
ตอบ การตลาดทำหน้าที่สำคัญในการจัดการธุกิจการค้า องค์กรธุรกิจจะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น  เืพื่อช่วยในการทำงานในด้สนการตลาดที่สำคัญในอันที่จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

3.
จงยกตัวอย่างของบริษัทที่นำระบบสารสนเทศเข้าไปช่วยทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Gulf States Paper Corporation

4.
ระบบการขายในสำนัะกงานอัตโนมัติ มีผลกระทบต่อพนักงานขาย พนักงานฝ่ายบริหารการตลาดและฝ่ายจัดทำเรื่องการแข่งขันอย่างไร  ตอบ การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์เเละเครือข่ายที่ทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเคลื่อนการขายอัตโนมัติ ในหลายๆบริษัทใช้คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค เว็บบราวเซอร์ ซอฟแวร์ ดด้านการจัดการติดต่อการขาย เป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมกับเว็บไซท์ทางการตลาด บนอินทราเน็ต เอ็กทราเน็ตและอินทราเน็ตของบริษัท

5.
ระบบอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กตราเน็ต สามารถนำมาช่วยการทำงานร่วมกันในกระบวนการการผิตได้อย่างไร
ตอบ กระบวนการผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศกรรมการควบคุมการผลิต การออกแบบ ตารางการการผลิต และการบริหราด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ การเพิ่มในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต เอ็กทราเน็ต อินทราเน็ต และเครือข่ายอื่นๆเพื่อเชื่อมโยงกับสถานีงาน

6.
ระบบอินเทอร์เน็ต และอินทราเน็ต ช่วยสนับสนุนงานด้านการจัดการเรื่องทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างไร ยกตัวอย่างมาอย่างละ 3 ตัวอย่าง
ตอบ  - อินทราเน็ต เช่น ระบบออนไลน์ ของ HRM ได้เกี่ยวข้องกับการจัดหาลูกจ้างผ่านเว็บไซท์ของแผนกจัดหาลูกจ้างของบริษัท ใช้บริการและฐานข้อมูลของบริษัทจัดหางานบนเว็บไซท์ การประกาศผ่านกลุ่มข่าวบนอินทราเน็ตและสื่อสารกับผู้สมัคงานผ่านไปรษณีอิเล้กทรอนิกส์
         - อินทราเน็ต เช่น การให้บริการตัวเองของลูกจ้างจะช่วยให้พนักงานได้เห็นรายงานด้านผลประโยชน์และค่าใช้จ่าย ข้อมูลด้านการจ้างงานและเงินเดือน  สารามาถเข้าถึงและปรับปรุงสารสนเทสส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน

7.
เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบัญชี และการเงินอย่างไร ขงอธิบาย  ตอบ  ระบบคอมพิวเตอร์ด้านการบัญชีจะทำการบันทึกและรายงานการไหลเวียนของเงินทุนภายในองค์กรในเรื่องที่สำคัญในอดีต และผลิตรายการด้านการเงิน ส่วนระบบสารสนเทศด้านการเงิน สนับสนุนผู้จัดการฝ่ายการเงินในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงินของบริษัท

8.
ถ้านักศึกษาเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นผู้บริหาร หรือเป็นผู้ประกอบการทางธุรกิจเอง นักศึกษาคิดจะนำเอาระบบสารสนเทศมาใช้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย
ตอบ  ใช้ เพราะระบบสารสนเทศสามารถที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราไปอย่าได้งง่ายขึ้น  สะดวกในการบริหารงานขึ้น ระบบสารสนเทศช่วยในเรื่องการบัญชีของระบบออนไลน์ที่ช่วยในเรื่องกระบวนการสั่งซื้อ การควบคุมสินค้าคงคลัง

ข้อสอบออนไลน์บทที่8

https://forms.gle/CvqM7qx6YmK3G8Qe9