วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562

แบบฝึกหัดบทที่7



1.อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามรถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และความสามารถจัดการเรื่องบริหารการตัดสินใจโดยใช้ระบบสนับสนุน

ตอบ  เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในขั้นตอนระบบสนับสนุนตัดสินใจที่ใช้คือ 1. รูปแบบจำลองในการวิเคราะห์ 2. ฐานข้อมูลเฉพาะ 3. ผู้ที่ตัดสินใจหรือผู้ที่ตัดสิน 4. การติดต่อระหว่างกัน

2.
ระบบการขายมีความก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์ เทคนิค และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไปให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้

ตอบ  ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันค่อนข้างสุง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องอาศัยชั้นเชิงในการบริหารที่เหนือกว่าคู่แข่งหรืออาศัยความว่องไวในการปรับตัวให้ทันต่อภาวะแข่งขันในสภาพแวดล้อมที่เปลี่นแปลงอยูาตลอดเวลา

3.
มีแนวทางไหนบ้าง ที่นักสึกษาใช้โปรแกรมคำนวนอิเล็กทรอนิส์ที่นำไปช่วยในการตัดสินใจ

ตอบ  การทำงานร่วมกันของระบบอินทราเน็ตเป็นสิ่งที่เข้าถึงอย่างรวดเร็ว ที่ทำให้กล่าวได้ว่าสารสนเทศของทุกๆคน ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสาสนเทศที่สำคัญ

4.
ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง จึงขยายไปยังระดับกลาง และขยายไปทั่วหมดทุกแผนกในองค์กร

ตอบ  บริหารระดับสูง  กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์และวางแผนภายในองค์กรและรวมถึงทิศทางของเศษฐกิจ การเมือง และการแข่งขันทางธุรกิจ
       บริหารระดับกลาง  กำหนดตารางและนโยบายขั้นตอนการทำงานและเป้าหมายของธุรกิจสำหรับหน่วยย่อยภายในองค์กร จัดสรรข้อมูลและตรวจดูการทำงานของหน่วยย่อยภายในองค์กร ขั้นตอนการทำงานของทีมงาน ทีมงานโครงการและกลุ่มทพำงาน


5.
ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้ อธิบาย  

ตอบ  คอมพิวเตอร์  คือ  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านต่างๆให้ได้ความต้องการของมนุษย์ เช่น ด้านการศึกษางานวิจัย เป็นต้น

6.
การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กร ส่วนไหนสำคัญที่สุด บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก

ตอบ  ความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์เจริญไปในทุกด้าน ทั้งทางฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ การที่มีพัฒนาการเจริญก้าวหน้า จึงทำให้นักคอมพิวเตอร์ตั้งความหวังที่จะทำให้คอมพิวเตอร์มีความฉลาดและสามารถตัดสินใจเพื่อช่วยทำงานของมนุษย์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะวิทยาการปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นวิทยาการที่จะช่วยให้มนุษย์แก้ปัญหาต่างๆที่สำคัญ เช่น การให้คอมพิวเตอร์เข้าใจศาตร์มนุษย์รู้จัดใช้เหตุผลและการเรียนรู้ตลอดจนการสร้างหุ่นยนต์

7.
การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท จะก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นักศึกษาคาดว่าจะเกิดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างไรบ้าง

ตอบ  ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท ซึ่งสามารถร่วมกันทำงานภายในระบบที่มีการเตรียมการทำงานที่ดีที่สุดของเทคโนโลยี

8.
อะไรคือขอบเขต หรืออัตรายที่นักศึกษามองเห็นในการใช้เทคโนโลยีปัญญษประดิษฐ์ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเสมือน และตัวแทนสติปัญญา และอะไรที่ลดขนาดของผลกระทบเหล่านี้ได้  

ตอบ  เป็นการจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ความจริงเสมือนจริงเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ที่พยายามสร้างเป้นธรรมชาติ ดูเสมือนจริงมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์อาศัยอุปกรณ์ป้อนข้อมูลและข้อมูลที่หลากหลายทางความรู้สึก เช่น หูฟังกับเครื่องวีดีทัศน์ ถุงมือส่งข้อมูลและชุดเสื้อกางเกงกับตัวตรวจจับไฟเบอรืออฟติด ที่ติดไว้ตามร่างกายของคุณเวลาที่คุณเคลื่อนไหว

กรณีศึกษาบทที่7


1. ทำไมการทำงานร่วมกันในระบบอินทราเน็ตจึงกลายเป็น ระบบสารสนเทศของทุกๆคน 

ตอบ บริษัทใช้ระบบอินทราเน็ตและเครื่องมือค้นหาหรือเซิสร์เอนจิน เพื่ออธิบายระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสนับสนุนในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร และทำงานร่วมกันภายในองค์กร

2. อะไรเป็นแนวคิดระบบสารสนเทศที่คุณได้จากระบบอินทราเน็ตของบริษัทและเครื่องมือค้นหาของ Fulcrum
ตอบ บริษัทโดยผ่าน Fulcrum ที่ใช้เป็นเครื่องมือค้นหาและเครื่องมือภายในกลุ่ม ผลที่ได้คือ สะพานแขวนขนาด 10 ช่องทางที่ออกแบบโดยบริษัท

3. อะไรเป็นผลประโยชน์ในทางธุรกิจสำหรับระบบอินทราเน็ตและเครื่องมือค้นหาภายในบริษัท
ตอบ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และความรุ้ของพวกเขาในการปรับปรุงบริษัทและโครงการทางวิศกรรมต่างๆ ซึ่งในการสนทนาผ่านระบบ PAN จะตั๋วหัวเรื่องการสนทนา

บทที่7 ระบบสารสนเทศสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหาร




ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ     


ระบบสารสนเทศสเพื่อการจัดการ เป็นประเภทพื้นฐานของระบบที่สนับสนุนการจัดการและยังเป็นหลักของระบบสารสนเทศอีกด้วย เป็นตัวสร้างข้อมูลที่สนับสนุนความต้องการในการตัดสินใจสำหรับงานการจัดการวันต่อวัน การสร้างรายงาน การแสดงและการตอบสนองโดยการเตรียมระบบข้อมูลสารสนเทศซึ่งผู้จัดการจะมีการกำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น การผลิตข้อมูลที่เหมาะสะมสำหรับผู้ที่ต้องตัดสินใจในระดับของการปฏิบัติงานและยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งเป็นผุ้ที่ต้องเผชิญหน้ากับประเภทของโครงสร้างในเหตุการณ์สำหรับการตัดสินใจอยู่เป็นประจำ

ทางเลือกสำหรับการจัดการรายงาน

ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ได้ผลิตข้อมูลที่หลากหลายสำหรับการจัดการ ทางเลือกของรายงาน 4 ประเภทที่มีการเตรียมจากโปรแกรม
                - รายงานตามตารางเวลาปกติ
                - รายงานการยกเว้น
                - รายงานความต้องการและการตอบสนอง
                - รายงานสนับสนุน
 
การประมวลผลการวิเคราะห์ต่อตรงหรือออนไลน์

การแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสิ่งแวดล้อมของโลกธุรกิจ คือ แรงผลักของความต้องการและการวิเคราะห์สำหรับระบบสารสนเทศที่มีความต้องการที่ซับซือน ซึ่งอุสาหกรรมระบบสารสนเทศนั้นมีการตอบสนองในความต้องการเหล่านี้ โดยการพัฒนา เช่น การวิเคราะห์ฐานข้อมูล ตลาดข้อมูลหรือข้อมูลทางการตลาด โกดังข้อมูลหรือคลังข้อมูล เทคนิคการทำเหมือนข้อมูลหรือขุมข้อมูล และโครงสร้างฐานข้อมูลทางด้านมัลติมิเดีย ที่เกี่ยวกับแม่ข่ายและซอฟต์แวร์เฉพาะที่สนับสนุนการประมวลผลการตัดสินใจและระบบสารสนเทศเพื่อผู็บริหารที่ผู้จัดการสามารถใช้งานและวิเคราะห์สื่อสารระหว่างกันและการจัดการรายละเอียด ซึ่งจะมีการตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว

การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ

การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เกี่ยวข้องกับการติดต่อในขั้นตอนการทำงานของรูปแบบจำลองในการวิเคราะห์ เช่น การใช้ชุดซอฟต์แวร์ DSS สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะมีผลในลำดับของการแสดงที่มีการตอบสนองจากทางเลือกวอทอีฟ ที่มีการเปลี่ยนแปลงค่าตัวแผได้โดยผู้จัดการ

การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐาน 4 อย่างของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ดูบทสรุปของแบบจำลองการวิเคราะห์สำหรับการสนับสนุนในการตัดสินใจ

การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ

ในการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ ผู้ใช้สามารถจะเปลี่ยนแปลงตัวแปรปหรือจำนวนความสัมพันธ์ของตัวแปรและความชัดเจนของผลลัพธ์ที่ได้จากค่าตัวแปรอื่นๆ เช่น ถ้าคุณใช้ตารางทำการ คุณจะต้องเปลี่ยนจำนวนของรายได้ (ตัวแปร) หรือสูตรคิดอันตราภาษี (จำนวนความสัมพัธ์ของตัวแปร) ในแบบจำลองด้านการเงินในตารางทำการ หลังจากนั้นคุณอาจสั่งให้โปรแกรมทำการคำนวนใหม่อีกครั้ง เพื่อแระเมินค่าบางตัวที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการกำหนดตัวแปร เช่น กำไรสุทธิหลังหักภาษี

การวิเคราะห์แบบละเอียด

การวิเคราะห์แบบละเอียดเป็นกรณีพิเศษของการวิเคราะห์แบวอทอิฟ ค่าของตัวแปรเพียงหนั่งตัวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ในตัวแปรอื่นๆ ดังนั้นการวิเคราะห์แบบละเอียดจะเป็นกรณีของการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงซ้ำอีกครั้งในตัวแปรเพียงตัวเดียวในแต่ละครั้ง ชุดโปรแกรม DSS บางตัวจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวแปรโดยอัตโนมัติ การวิเคราะห์แบบละเอียดจะใช้เมื่อผู้ตัดสินใจไม่แน่ใจเกี่ยวกับการประเมินค่าของตัวแปรหลัก

การวิเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย

การวิเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ และแบบรายละเอียดจะเป็นการแทนที่ของสิ่งที่เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวแปรที่มีผลกับตัวแปรอื่นอย่างไร การวิเคราะห์ในการค้นหาเป้าหมายเรียกว่า สามารถวิเคราะห์ได้อย่างไร  ได้กำหนดค่าของเป้าหมาย (ความสำเร็จ)  สำหรับตัวแปร หลังจากนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงในตัวแปรอื่นๆจนกระทั่งค่าของเป้าหมายนั้นเข้าถึงเป้าหมาย

การวิเคราะห์แบบเหมาะสม

การวิเคราะห์แบบเหมาะสม เป็นการขยายความซับซ้อนที่มากขึ้นสำหรับการวิเคราะห์ค้นหาเป้าหมาย โดยแทนที่ค่าของเป้าหมายเฉพาะสำหรับตัวแปร เพื่อค้นหาค่าที่เหมาะสมสำหรับตัวแปรหนึ่งตัวแปรหรือมากกว่านั้น หลังจากนั้นตัวแปรอื่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีข้อจำกัดเกิดขึ้น จนกว่าจะได้ค่าที่ดีที่สุดสำหรับตัวแปรเป้าหมายที่ต้องการ เช่น ควรกำหนดค่าระดับของผลกำไรไว้ในระดับสูงที่ควรจะเป็นเป้าหมายแห่งความสำเน็จ โดยวางค่าสำหรับการเลือกแหล่งของรายได้และประเภทของค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนแปลงในตัวแปรอย่างมากอาจจะทำให้มีขีดจำกัดสำหรับขั้นตอนการผลิตหรือขีดจำกัดของการเงิน ดังนั้น เงื่อนไขที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ขอบเขตของปัญญาประดิษฐ์
          1.ศาตร์แห่งการรับรู้
          2.หุ่นยนต์
          3. ลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ



แหล่งที่มา : https://acc5606103108.wordpress.com

ข้อสอบออนไลน์บทที่6

https://forms.gle/FTf6g7wxrxyAFA5k7

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562

แบบฝึกหัดบทที่6


1. ทำไมแนวโน้มของระบบสารสนเทศจึงมีการนำไปสนับสนุนงานธุรกิจหลายด้าน

ตอบ เพื่อแก้ปัญหาและโอกาสในธุรกิจและผู้ใช้ต้องเข้าใจพื้นฐานระบบสารสนเทศ สามารถสนองความต้องการการใช้งานด้านธุรกิจได้

2. ทำไมระบบการตลาดปัจจุบัน  จึงเปลี่ยนมาเป็นการใช้งานบนอินเทอร์เน็ต จงอธิบาย
ตอบ การตลาดทำหน้าที่สำคัญในการจัดการธุกิจการค้า องค์กรธุรกิจจะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น  เืพื่อช่วยในการทำงานในด้สนการตลาดที่สำคัญในอันที่จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

3.
จงยกตัวอย่างของบริษัทที่นำระบบสารสนเทศเข้าไปช่วยทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Gulf States Paper Corporation

4.
ระบบการขายในสำนัะกงานอัตโนมัติ มีผลกระทบต่อพนักงานขาย พนักงานฝ่ายบริหารการตลาดและฝ่ายจัดทำเรื่องการแข่งขันอย่างไร  ตอบ การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์เเละเครือข่ายที่ทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเคลื่อนการขายอัตโนมัติ ในหลายๆบริษัทใช้คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค เว็บบราวเซอร์ ซอฟแวร์ ดด้านการจัดการติดต่อการขาย เป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมกับเว็บไซท์ทางการตลาด บนอินทราเน็ต เอ็กทราเน็ตและอินทราเน็ตของบริษัท

5.
ระบบอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กตราเน็ต สามารถนำมาช่วยการทำงานร่วมกันในกระบวนการการผิตได้อย่างไร
ตอบ กระบวนการผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศกรรมการควบคุมการผลิต การออกแบบ ตารางการการผลิต และการบริหราด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ การเพิ่มในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต เอ็กทราเน็ต อินทราเน็ต และเครือข่ายอื่นๆเพื่อเชื่อมโยงกับสถานีงาน

6.
ระบบอินเทอร์เน็ต และอินทราเน็ต ช่วยสนับสนุนงานด้านการจัดการเรื่องทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างไร ยกตัวอย่างมาอย่างละ 3 ตัวอย่าง
ตอบ  - อินทราเน็ต เช่น ระบบออนไลน์ ของ HRM ได้เกี่ยวข้องกับการจัดหาลูกจ้างผ่านเว็บไซท์ของแผนกจัดหาลูกจ้างของบริษัท ใช้บริการและฐานข้อมูลของบริษัทจัดหางานบนเว็บไซท์ การประกาศผ่านกลุ่มข่าวบนอินทราเน็ตและสื่อสารกับผู้สมัคงานผ่านไปรษณีอิเล้กทรอนิกส์
         - อินทราเน็ต เช่น การให้บริการตัวเองของลูกจ้างจะช่วยให้พนักงานได้เห็นรายงานด้านผลประโยชน์และค่าใช้จ่าย ข้อมูลด้านการจ้างงานและเงินเดือน  สารามาถเข้าถึงและปรับปรุงสารสนเทสส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน

7.
เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบัญชี และการเงินอย่างไร ขงอธิบาย  ตอบ  ระบบคอมพิวเตอร์ด้านการบัญชีจะทำการบันทึกและรายงานการไหลเวียนของเงินทุนภายในองค์กรในเรื่องที่สำคัญในอดีต และผลิตรายการด้านการเงิน ส่วนระบบสารสนเทศด้านการเงิน สนับสนุนผู้จัดการฝ่ายการเงินในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงินของบริษัท

8.
ถ้านักศึกษาเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นผู้บริหาร หรือเป็นผู้ประกอบการทางธุรกิจเอง นักศึกษาคิดจะนำเอาระบบสารสนเทศมาใช้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย
ตอบ  ใช้ เพราะระบบสารสนเทศสามารถที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราไปอย่าได้งง่ายขึ้น  สะดวกในการบริหารงานขึ้น ระบบสารสนเทศช่วยในเรื่องการบัญชีของระบบออนไลน์ที่ช่วยในเรื่องกระบวนการสั่งซื้อ การควบคุมสินค้าคงคลัง

กรณีศึกษาบทที่6


1.ระบบการมองเห็นด้วยเครื่องจักร สามารถช่วยให้เกิดผลกำไรสูงขึ้น และปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร
ตอบ ในโรงเลื่อยแถบตอนใต้ระบบการมองเห็นด้วยเครื่องเลเซอร์ (Laser Vision Systems)จะวัดขนาดของไม้ซุงและคำนวณการเลื่อยไม้ซุงนั้นให้ได้ผลกำไรคุ้มค่าที่สุดภายใต้สภาพตลาดปัจจุบัน
เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องเลเซอร์ที่โรงงานผลิตรถยนต์ Mercedes-Benz .oU.S.ได้กำหนดการวัดขนาดไว้หลายประการเพื่อใช้กับตัวถังรถยนต์ที่ผลิตขึ้นใหม่
เครื่องส่องขยายกำลังสูง ใช้ตรวจสอบสิ่งที่มีขนาดเล็กเกินกว่าที่มนุษย์จะเห็นได้ อย่างเช่น การตรวจหาสิ่งปนเปื้อนที่มีขนาดเล็กจิ๋วในโรงงานผลิตอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ( Semiconductor)

2.ประโยชน์ทางธุรกิจที่ Gulf States Paper ได้รับจาก ระบบการมองเห็นด้วยเครื่องจักรคืออะไร
ตอบ เทคโนโลยีซึ่งเชื่อมต่อดวงตาที่ไม่เคยกระพริบนี้เข้ากับคอมพิวเตอร์ที่จะแปลงภาพสิ่งที่เห็น ซึ่งไม่เพียงแต่จะคอยบังคับหุ่นยนต์ที่ประกอบประตูรถยนต์เข้ากับตัวถังรถยนต์เท่านั้น

3.ระบบสารสนเทศชนิดอื่นๆที่จำเป็นในการสนับสนุนการทำงานของระบบการมองเห็นด้วยเครื่องจักรที่ใช้ใน Gulf States Paper คืออะไร เช่น คุณคิดว่าข้อมูลเกี่ยวกับราคาในตลาดไม้แผ่นถูกนำมาป้อนให้แก่ระบบนี้ได้อย่างไร
ตอบ ระบบมองภาพจะคำนวณขนาดของแผ่นไม้ที่จะให้ผลกำไรสูงสุดโดยมีการสูญเสียไม้แต่ละท่อนให้น้อยที่สุดบนจอวิดีโอ จะเห็นแผนภาพขนาดของแผ่นไม้ที่คอมพิวเตอร์จะตัดไม้นั้น

บทที่6 ระบบสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติงานทางธุรกิจ



บทที่6 ระบบสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติงานทางธุรกิจระบบสารสนเทศแบบหลายหน้าที่
        ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ คุณจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจว่าระบบสารสนเทศมีความสำคัญกับการทำธุรกิจ ระบบสารสนเทศในโลกแห่งความเป็นจริงได้รวบรวมการผสมผสานของระบบสารสนเทศในการ ใช้งานตัวอย่างของระบบสนับสนุนกระบวนการด้านธุรกิจ
ระบบสารสนเทศด้านการตลาด
        หน้าที่ทางธุรกิจของการตลาดนั้นเกี่ยวข้องกับ การวางแผน การส่งเสริมการขายและการขายสินค้ารวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และตลาดใหม่ๆ เพื่อให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าที่มีศักยภาพในอนาคต
การตลาดเชิงโต้ตอบ
        ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้ส่งผลกระทบที่สำคัญต่องานด้านการตลาด คำว่า การตลาดเชิงโต้ตอบ ใช้อธิบายการตลาดที่อยู่บนพื้นฐานของการใช้อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต เพื่อสร้างวิธีให้เกิดการโต้ตอบ 2 ทาง ระหว่างบริษัทลูกค้า เป้าหมายคือ การที่ทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์จากการใช้เครือข่ายในการทำให้ลูกค้าเกิด ความสนใจและรักษาลุกค้าเหล่านั้นไว้
แรงขายอัตโนมัติ
        การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเลื่อนการขายอัตโนมัติ ในหลายๆ บริษัท ใช้คอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊ก เว็บบราวเซอร์และซอฟแวร์ด้านการจัดการติดต่อการขายเป็นเครื่องมือที่จะติด ต่อกับเว็บไซท์การตลาดบนอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และอินทราเน็ตของบริษัท
การจัดการขายและผลิตภัณฑ์ ผู้จัดการด้านการขายจะต้องมีการวางแผน ตรวจตราและส่งเสริมงานด้านการขายของพนักงานขายในหน่วยงานของตน
        การโฆษณาและส่งเสริมการขาย ผู้จัดการด้านการตลาดพยายามที่จะขายผลิตภัณฑ์ให้มากที่สุดโดยใช้ค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุดในการโฆษณาและส่งเสริมการขาย
เป้าหมายทางการตลาด
- ประชาคม บริษัทสามารถจำแนกข้อความโฆษณาบนเว็บและวิธีการส่งเสริมการขายเพื่อที่จะเข้าถึงคนในกลุ่มที่เฉพาะเจาะจง
เนื้อหา การโฆษณาแบบป้ายโฆษณาทางอิเล็กทรอนิกส์หรือแถบป้ายที่สามารถวางไว้บนหน้าเว็บไซท์ต่างๆ ได้
บริษัท โฆษณาที่ปรากฏบนเว็บไซท์ มักครอบคลุมผลิตภัณฑ์และการบริการ
ประชากรศาสตร์/จิตวิทยา การตลาดพยายามที่จะพุ่งเป้าไปยังประเภทของกลุ่มของคนที่เฉพาะเจาะจง
พฤติกรรมออนไลน์ การโฆษณาและส่งเสริมการขายได้พยายามที่จะเจาะสารสนเทศการเข้าใช้เว็บไซท์ของผู้ใช้แต่ละคน
        การวิจัยทางการตลาดและการคาดการณ์ ระบบ สารสนเทศด้านการวิจัยทางการตลาดทำให้เกิดการตลาดที่ชาญฉลาด ช่วยให้ผู้จัดการคาดการณ์ทางการตลาดได้ดีขึ้นและพัฒนากลยุทธ์ที่มี ประสิทธิภาพมากขึ้น
        ระบบสารสนเทศการผลิต ช่วย สนับสนุนงานในด้านการผลิตและการดำเนินงาน รวมไปถึงงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการวางแผนและการควบคุมขั้นตอนของการผลิต สินค้าและบริการ
คอมพิวเตอร์ช่วยการผลิตแบบบูรณาการ
ความ ง่าย ในการรื้อปรับระบบทำให้กระบวนการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ และโครงสร้างของโรงงานเป็นพื้นฐานที่สำคัญของระบบอัตโนมัติและบูรณาการให้มี การใช้งานง่ายขึ้น
อัตโนมัติ ทำให้เป็นอัตโนมัติด้วยการสนับสนุนด้วยคอมพิวเตอร์
บูรณาการ การใช้คอมพิวเตอร์ เครือข่างโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นๆ ช่วยในงานด้านการผลิตและกระบวนการสนับสนุนการผลิต
เครือข่ายความร่วมมือด้านการผลิต
        กระบวน การผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศวกรรมและการออกแบบ การควบคุมการผลิต ตารางการผลิต และกาบริหารด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ
การควบคุมการดำเนินงาน
        เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อควบคุมการทำงานที่เห็นได้ทางกายภาพ กระบวนการควบคุมการทำงานในเชิงกายภาพ กระบวนการควบคุมการทำงานในเชิงกายภาพในการกลั่นน้ำมัน การผลิตซีเมนต์ การถลุงเหล็กกล้า การผลิตสารเคมี เป็นต้น
        การควบคุมเครื่องจักรกล เป็นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรกล ที่รู้จักกันดีในนาม Numerical Control โดย แปลงข้อมูลทางเรขาคณิตจากการวาดภาพทางวิศวกรรมและขั้นตอนการทำงานจากการวาง แผนการดำเนินงานไปสู้รหัสตัวเลขของชุดคำสั่งซึ่งควบคุมการทำงานของเครื่อง จักร
หุ่นยนต์ การ พัฒนาที่สำคัญในเรื่องการควบคุมเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์ในเพื่อช่วยใน อุตสาหกรรมคือการสร้างสรรค์เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงและหุ่นยนต์ คือ ไมโครคอมพิวเตอร์
ระสารสนเทศด้านทรัพยากรมนุษย์ เกี่ยว ข้องกับการจัดหา การทดสอบ การประเมินผล การจ่ายเงินค่าตอบแทนและการพัฒนาลูกจ้างขององค์กร เป้าหมายคือการใช้ทรัพยากรบุคคลของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล มากที่สุด
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นส่วนผลักดันที่สำคัญของความเปลี่ยนแปลงในด้านการบริหารงานทรัพยากรมนุษย์
        การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และอินทราเน็ต เทคโนโลยีอินทราเน็ตทำให้บริษัทสามารถทำระบบงานพื้นฐานเกือบทั้งหมดของงานด้าน HRM ได้บนอินทราเน็ตขององค์กร เพื่อการเสนอบริการไปสู่พนักงาน ซึ่งสามารถแพร่กระจายสารสนเทศที่เป็นโยชน์ได้รวดเร็วกว่าช่องทางอื่นๆ
        จำนวนบุคลากรขององค์กร การทำงานของบุคลากรต้องได้รับการสนับสนุนจากระบบสารสนเทศ ซึ่งจะบันทึกและติดตามทรัพยากรบุคคลในบริษัทเพื่อทำให้เกิดการใช้งานสูงสุด
        การพัฒนาและฝึกอบรม ระบบ สารสนเทศช่วยให้ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์วางแผนและดูแลการจัดหา การฝึกอบรมและโครงการพัฒนาพนักงาน โดยการวิเคราะห์ความสำเร็จ จากวางแผนในอดีตของโครงการในปัจจุบัน
การวิเคราะห์ค่าตอบแทน ระบบสารสนเทศเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ขอบเขตและการกระจายของค่าตอบแทนของพนักงาน ค่าแรง เงินเดือน รายจ่ายพิเศษ และค่าตอบแทนอื่นๆ
        การรายงานต่อรัฐบาล ต้องมีการรายงานไปยังหน่วยงานของรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบหลักในเรื่องการจัดการทรัพยากรมนุษย์
ระบบสารสนเทศด้านบัญชี
        เป็นการใช้ระบบสารสนเทศที่เก่าแก่และแพร่หลายมากที่สุด ใช้แนวคิดในการตรวจสอบการลงรายการบัญชีรับและจ่ายสองครั้ง ระบบการจัดการด้านการเงินมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในด้านกฎหมายและการเก็บบันทึกทางประวัติศาสตร์และการจัดทำรายการเงินที่ ถูกต้อง
ระบบบัญชีออนไลน์
        - กระบวนการสั่งซื้อ ได้รับและประมวลผลการสั่งซื้อของลูกค้าและสร้างข้อมูลสำหรับระบบควบคุมสินค้าคงคลังและรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ
        การควบคุมสินค้าคงคลัง ประมวลผลข้อมูลที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสินค้าในคลังและจัดให้มีสารสนเทศเพื่อการขนส่งหรือจัดซื้อใหม่
        บัญชีลูกหนี้ บันทึกจำนวนสินค้าที่ลูกค้าซื้อและจัดทำใบเสนอราคาให้ลูกค้าทำรายการลูกค้าออกมาเป็นรายเดือนและตรวจเครดิต
        - บัญชีเจ้าหนี้ บันทกแบบฟอร์มการสั่งซื้อ จำนวนที่ซื้อและการจ่ายเงินให้กับบริษัทผู้จัดหาสินค้าและจัดทำรายงานการจัดการเงินสด
        การจ่ายเงินเดือน บันทึกเงินเดือนและค่าตอบแทนของพนักงานและจัดทำการจ่ายเงินเป็นเซ็กและเอกสารเรื่องเงินเดือนและรายงานอื่นๆ
        บัญชีแยกประเภททั่วไป ทำข้อมูลให้มีประสิทธิภาพจากระบบบัญชีอื่นๆ และผลิตรายการทางการเงินอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งรายการทางธุรกิจ
         ระบบสารสนเทศด้านการเงิน สนับสนุนผู้จัดการฝ่ายการเงินในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับ หนึ่งการเงินของบริษัท สองการจัดสรรและควบคุมแหล่งการเงินภายในบริษัท
         การจัดการเงินสด รวบ รวมสารสนเทศจากใบเสร็จรับเงินและการจ่ายเงินเวลาตามจริงหรือเป็นระยะเวลา สม่ำเสมอ ข้อมูลเหล่านั้นทำให้ธุรกิจสามารถนำเข้าหรือขยายเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว
 การจัดการการลงทุนออนไลน์ หลายธุรกิจลงทุนเพื่อเพิ่มเงินสดระยะสั้นในตลาดที่มีความเสี่ยงสูง
งบประมาณเงินลงทุน เกี่ยวข้องกับการประเมินความเป็นไปได้ในการทำผลกำไรและผลกระทบจากการจ่ายเงินทุนที่ได้วางแผนไว้
ระบบการประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง
การประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง
        เป็นระบบสารสนเทศซึ่งประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากการเกิดขึ้นของการทำรายการ เปลี่ยนแปลง รายการเปลี่ยนแปลงเป็นเหตุการณ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ
วงจรการประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง
        เก็บและประมวลผลข้อมูลตามที่ได้จากการทำรายการเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะทำการปรับปรุงแฟ้มข้อมูลและฐานข้อมูลของหน่วยงานให้เป็นปัจจุบัน และจัดทำสารสนเทศในรูปแบบที่หลากหลายเพื่อการใช้ภายในและภายนอกหน่วยงาน

กระบวนการนำเข้าข้อมูลเข้า
        1.
การนำเข้าข้อมูลแบบดั้งเดิม โดยปกติขึ้นอยู่กับระบบสารสนเทศผู้ใช้หาข้อมูลบนแหล่งที่เป็นเอกสาร มีค่าใช้จ่ายและข้อผิดพลาดสูง ดังนั้น จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงมาสู่การนำเข้าข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอัตโนมัติ
        2.การนำเข้าข้อมูลจากแหล่งอัตโนมัติ มีกระบวนการรับข้อมูลเข้าอัตโนมัติ เพื่อลดข้อจำกัดในเรื่องปริมาณงาน บุคลากร และสื่อข้อมูลที่ต้องใช้ในการนำเข้าข้อมูลแบบเดิม
ข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบ
การประมวลผลแบบชุด
        การประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลงได้ถูกบันทึกสะสมเป็นชุด เรียงและประมวลผลอย่างสม่ำเสมอ การปรับปรุงฐานข้อมูลเมื่อข้อมูลชุดนั้นได้รับการประมวลผล เวลาตอบกลับใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากชุดข้อมูลได้ถูกส่งเพื่อ การประมวลผล
การประมวลผลตามเวลาจริง
        การประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลงทันทีที่ได้จัดทำขึ้น การปรับปรุงฐานข้อมูลเมื่อการประมวลผลเสร็จ เวลาตอบกลับไม่กี่วินาทีหลังจากรายการเปลี่ยนแปลงแต่ละตัวได้รับมา
กระบวนการป้องกันการล่มของระบบ
        เพื่อป้องกันความล้มเหลวในการใช้ระบบงานประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลงแบบออนไลน์ เช่น ระบบการจองตั๋วของสายการบิน
การบำรุงรักษาฐานข้อมูล
        เป็นงานที่สำคัญของระบบการประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง ฐานข้อมูลต้องมีการบำรุงรักษาเพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ เสมอ ดังนั้นจึงต้องปรับปรุงฐานข้อมูลขององค์กรให้เป็นปัจุบัน



แหล่งที่มา : https://sites.google.com/site/thekhnoloyisarsnthes18/home/bth-thi-9-rabb-sarsnthes-thang-thurkic


ข้อสอบออนไลน์บทที่8

https://forms.gle/CvqM7qx6YmK3G8Qe9